วันที่ 27 – 28 กรกฎาคม พ.ศ.2567 อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาทีมคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมเดินทางไปยังหมู่บ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่เพื่อสัมภาษณ์เก็บข้อมูลเชิงลึก และเรียนรู้บริบทของชุมชน

ปัญหาเหมืองแร่ถ่านหินชุมชนกะเบอะดิน เกิดขึ้นจากการที่มีข้อบกพร่องในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะจัดโครงการ โดยมีการแสดงชื่อผู้เห็นด้วยกับการทำโครงการเป็นรายชื่อเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะบ้าง มีการแสดงลายมือชื่อของชาวบ้านที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ปรากฏในเอกสารบ้าง เป็นต้น ทำให้เอกสารรับฟังความคิดเห็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และชาวบ้านได้ทราบถึงปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค และทำการเกษตร หรือปัญหามลภาวะทางอากาศอันเกิดจากฝุ่น เป็นต้น ชาวบ้านจึงดำเนินกระบวนการคัดค้านร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆในการต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนบ้านกะเบอะดินเป็นต้นมา

สำหรับทีมคลินิกกฎหมายในการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการให้นักศึกษาในชั้นเรียนได้มาสัมผัสกับบริบทของชุมชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อม และให้การสนับสนุนต่อขบวนการต่อสู้ของชุมชนทั้งในด้านกฎหมาย และในด้านการสื่อสาร และสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสิทธิชุมชนทั้งในพื้นที่ชุมชนบ้านกะเบอะดิน และพื้นที่ซึ่งจะพบเจอปัญหาทางสิ่งแวดล้อมแห่งอื่น ๆ อีกต่อไป

ปัญหาเหมืองแร่ถ่านหินชุมชนกะเบอะดิน เกิดขึ้นจากการที่มีข้อบกพร่องในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะจัดโครงการ โดยมีการแสดงชื่อผู้เห็นด้วยกับการทำโครงการเป็นรายชื่อเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะบ้าง มีการแสดงลายมือชื่อของชาวบ้านที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ปรากฏในเอกสารบ้าง เป็นต้น ทำให้เอกสารรับฟังความคิดเห็นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และชาวบ้านได้ทราบถึงปัญหาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นการปนเปื้อนในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้อุปโภคบริโภค และทำการเกษตร หรือปัญหามลภาวะทางอากาศอันเกิดจากฝุ่น เป็นต้น ชาวบ้านจึงดำเนินกระบวนการคัดค้านร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆในการต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชนบ้านกะเบอะดินเป็นต้นมา

สำหรับทีมคลินิกกฎหมายในการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อเป็นการให้นักศึกษาในชั้นเรียนได้มาสัมผัสกับบริบทของชุมชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อม และให้การสนับสนุนต่อขบวนการต่อสู้ของชุมชนทั้งในด้านกฎหมาย และในด้านการสื่อสาร และสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของสิทธิชุมชนทั้งในพื้นที่ชุมชนบ้านกะเบอะดิน และพื้นที่ซึ่งจะพบเจอปัญหาทางสิ่งแวดล้อมแห่งอื่น ๆ อีกต่อไป

“เสียงจากชาวบ้านชุมชนกะเบอะดิน”

หลังจากที่ลงพื้นที่แล้ว นักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมได้สัมภาษณ์ชาวบ้านและบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการรับรู้การเข้ามาของเหมืองแร่ถ่านหินและความรู้สึก ข้อกังวลต่าง ๆ ต่อโครงการเหมืองแร่ถ่านหินนี้

ผู้สัมภาษณ์ : พี่ทราบเรื่องการสร้างเหมืองแร่ได้อย่างไรและทราบเมื่อไหร่

พี่โบว : ทราบข่าวการสร้างเหมืองแร่ถ่านหินตั้งแต่ย้ายมาอยู่ ประมาณ 5 ปี ตอนแรกยังไม่รู้ แต่ว่ารู้หลังจากเขาไปดูและมีการทำหนังสือที่มีการเซ็นแบบไม่ถูกต้องและบางคนไม่ได้เซ็นและอายุยังไม่ถึง และหลังจากนั้นก็มีน้องๆเยาวชนขึ้นมาต่อต้าน ที่จริงพี่ไม่ใช่คนที่นี่ แต่ย้ายมาอยู่กับแฟน

ผู้สัมภาษณ์ : มีความกังวลเกี่ยวกับเหมืองแร่ถ่านหินอย่างไรบ้าง

พี่โบว : มีความกังวลเกี่ยวกับเหมืองแร่ถ่านหินเพราะเรามาอยู่ที่นี่ก็เหมือนบ้านตัวเอง ถ้าเขามาทำจริงๆก็กังวล
หลายอย่างเกี่ยวกับการทำมาหากินที่นี่ก็นาจะมีความเสียหายหลายอย่างกับพื้นที่และกังวลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ชุมชน และลูกหลานที่จะโตมาเขาต้องได้รับอะไรบ้าง 

คุณศรายุทธ หนึ่งในชาวบ้านกะเบอะดิน กล่าวว่า

“ พี่น้องชาวบ้านที่นี่ต่อสู้กันมาตลอดสี่ถึงห้าปีที่ผ่านและจะยืนหยัดในการต่อสู้นี้ต่อไป เพื่อที่พี่น้องที่นี่จะมีที่ทำกิน มีสุขภาพที่ดีและจะไม่ต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่อื่น ”

กะเบอะดินแมแฮแบ กะเบอะดินไม่เอาเหมืองแร่ คือถ้อยประโยคที่ชาวบ้านกะเบอะดินส่งเสียงดังก้องในพิธีบวชป่าจิตวิญญาณ เป็นเจตจำนงที่จะพิทักษ์ปกป้องผืนป่าแห่งนี้ไว้ มิให้ผู้ใดทำลาย และเพื่อแสดงถึงจิตวิญญาณ อัตลักษณ์ของชนเผ่า คงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สืบไป ตามคำสอน

“ โอ้ทิ๊ง แฌแชที๊ง เจเท่อ เคเกล้ กแบ แฌแซ อ้ะ ” หรือ

ดื่มน้ำรักษาน้ำ อยู่กับป่ารักษาป่า ”

“ผมรู้เรื่องเหมืองจากเด็กๆในหมู่บ้านครับ ผมเป็นกังวลมากเพราะสวนของผมอยู่ใกล้แหล่งน้ำ จิตใจผมเป็นกังวลมาก แต่ตอนนี้ผมไม่กลัวครับ ผมพร้อมสู้ครับ”

คุณลุงเป๊กแค ชาวบ้านในหมู่บ้านกะเบอะดิน อมก๋อย

“ถนนเละแน่นอน น่าจะอยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าเขามาน้ำคือไม่ได้ใช้แน่”

ข้อกังวลของชาวบ้านบ้านกะเบอะดิน ต่อโครงการเหมืองแร่ถ่านหินที่ห่างจากหมู่บ้านไปเพียง 1.5 กม. บ้านกะเบอะดิน ชุมชนชาวกะเหรี่ยงโปว์ที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายในหุบเขา ดำเนินชีวิตด้วยการปลูกฟักทอง และมะเขือเทศอยู่ท่ามกลางป่าไม้และธรรมชาติที่สวยงาม ลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนในหมู่บ้านอาจจะต้องสูญไป ถนนเส้นเดียวที่ใช้สัญจรไปโรงเรียน อาจจะต้องเต็มไปด้วยรถบรรทุกถ่านหินกว่าวันละ 50 คัน ชาวบ้านจึงลุกขึ้นมาปกป้องหมู่บ้านของพวกเขา หมู่บ้านที่สงบสุข หมู่บ้านอันเป็นพื้นที่แห่งจิตวิญญาณดั้งเดิมของชาวบ้านกะเบอะดิน

ความกังวลของชาวบ้านต่อโครงการ

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 🌿
1) ชาวบ้านกังวลเรื่องการทำลายธรรมชาติ ป่าไม้ และทรัพยากรน้ำในพื้นที่ ที่อาจจะถูกปนเปื้อนและลดน้อยลง
2) ผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ป่าและพืชพรรณ

สุขภาพและความเป็นอยู่ 🏥
1) ฝุ่นนละอองและสารเคมีจากการทำเหมืองอาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง เป็นต้น
2) การใช้ชีวิตในชุมชนอาจจะต้องปรับตัวใหม่อย่างมาก เพราะเส้นทางสัญจรเข้า-ออกของหมู่บ้านเป็นถนนเส้นเดียวที่ไม่มีเลนสวน หากมีอุตสาหกรรมเหมืองเกิดขึ้นในหมู่บ้านจริงๆ จะทำให้ชาวบ้านทุกคนที่ใช้เส้นทางเดียวกับรถขนแร่ถ่านหินได้รับผลกระทบ

เศรษฐกิจและสังคม 🏘️
1) การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน ที่เป็นวิถีชีวิตเรียบง่ายพึ่งพาธรรมชาติ
2) โครงการอาจจะทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐานและสูญเสียที่ทำกิน

เรียบเรียงโดย

สิริพัทธ์ รัตนตรีประสาน
เจ้าหน้าที่นักกฎหมาย

Lorem ipsum..

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *