ประชาชนซึ่งอาศัยกินอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 10 คน
นายกรัฐมนตรี
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
คณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 มีจุดเกิดขึ้นมานานกว่า 2 ทศวรรษ
ในปี 2546 มีรายงานระบุปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในภาคเหนือตอนบน โดย แหล่งกำเนิดจะมาจาก 2 แหล่ง จากพื้นที่เมืองฝุ่นจะมาจากยานพาหนะและการก่อสร้าง พื้นที่ชนบทฝุ่นมาจาก boiler ของโรงสีข้าวซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานกันทุกจังหวัด รองลงมาจะเป็นการเผาวัสดุหรือเศษขยะในพื้นที่โล่ง ฝุ่นในสมัยนี้ยังเป็นลักษณะของฝุ่นหยาบ PM 10
อย่างไรก็ตาม เมื่อปลายปี 2560 ฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้เกิดผลกระทบอย่างจริงจังโดยพึ่งปรากฏต่อกรุงเทพฯ ส่งผลให้เกิดการรับรู้เรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ PM 2.5 อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นค่ามาตรฐานที่ต้องตรวจวัดทั่วประเทศ ปี นับว่าเป็นปีที่เกิดผัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ในแต่ละปีฝุ่นมักจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน ซึ่งตลอดนับแต่ปี 2562 เป็นต้นมาการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังไม่ได้แก้ไขให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอนามัยของพลเมืองเชียงใหม่ จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และกรมควบคุมมลพิษระบุว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือมีฝุ่น PM2.5 ในปริมาณที่เกินค่ามาตรฐานและอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนติดต่อกันอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ปี พ.ศ. 2566 ประกอบกับคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเขต 1 (เชียงใหม่) ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ฝุ่น PM2.5 เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดกลุ่มโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็งปอด และโรคหืดหอบ โดยมีจำนวนผู้ป่วยและอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 เป็นต้นมา ถึงปี พ.ศ. 2566
เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานรัฐผู้ที่มีหน้าที่แก้ไขปัญหาตามกฎหมายอันได้แก่
นายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาวิกฤติฝุ่น PM 2.5 มีความล่าช้า ไม่ทันต่อความร้ายแรงของสถานการณ์ โดยสามารถใช้อำนาจตาม มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ในการสั่งให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำมาตรการที่เป็นผลให้ระงับ ควบคุม บรรเทาผลร้ายจากปัญหาฝุ่นหมอกควัน PM 2.5
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ปฏิบัติการล่าช้าตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ซึ่งรัฐบาลประกาศแผนนี้มาตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากระยะเวลาที่บังคับใช้แผนดังกล่าว แทบจะไม่เห็นความคืบหน้า และปัญหายังคงความรุนแรงอยู่ ต่อมาแม้ปัจจุบัน (ปี 2569) มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 และระยะ 5 ปีต่อไป แต่วิธีการป้องกันการแก้ไขปัญหาหรือรับมือในช่วงวิกฤตยังคงมีปัญหาเช่นเดิม โดยยังคงติดกรอบเรื่องการกระจายอำนาจ งบประมาณ การเข้าถึงเทคโนโลยี และการละเลยความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือกล่าวได้ว่ายังไม่ยอมรับสิทธิชุมชน
คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
ปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดนซึ่งเกิดจากการที่รัฐไทยได้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี – เจ้าพระยา – แม่โขง หรือ ACMECS ในช่วงปี 2546 – 2550 ซึ่งรัฐบาลไทยได้อนุมัติการนำเข้าข้ามโพดเลี้ยงสัตว์จากกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมาได้อย่างเสรีไม่จำกัดปริมาณและไม่จำกัดช่วงเวลานำเข้า เหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของสัดส่วนพื้นที่ปลูกข้าวโพดในไทยลดลงแต่ปรากฎพบเพิ่มขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจุดความร้อนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่พบในช่วงปี 2564 – 2566 ซึ่งพบว่าสัดส่วนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นมากที่สุดรียงไปน้อยที่สุดคือ รัฐฉาน เมียนมา 47.8% ภูมิภาคตอนบนของ สปป.ลาว 40.6% และภาคเหนือของไทย 11.6 %
ปรากฏการณ์ซึ่งสะท้อนบทบาทของการลงทุนระหว่างประเทศโดยเริ่มต้นจากความร่วมมือ ACMECS ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการที่ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ซึ่งมีหน้าที่ตาม พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 2535 ซึ่งได้กำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การทำรายงานการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินการของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ตามแบบ 56-1 One Report หรือ One Report เพื่อให้การลงทุนมีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้ทำหน้าที่การกำกับดูแลการประกอบกิจการของบริษัทเอกชนไม่ให้ดำเนินการในทางที่ก่อมลพิษฝุ่น PM 2.5 และคณะกรรมการทั้งสองไม่ได้ออกกฎ หรือ ระเบียบ เพื่อควบคุมการประกอบกิจการของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศไม่ให้ดำเนินการที่ก่อให้เกิดมลพิษฝุ่นละอองที่สร้างผลกระทบข้ามพรมแดนมายังประเทศไทยด้วย เช่น การรับซื้ออ้อยเผาไฟเพื่อการเก็บเกี่ยวจากประเทศเพื่อนบ้าน การเผาตอซังข้าวโพดในพื้นที่รัฐฉาน การทำธุรกิจส่งออกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเพื่อการเพาะปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งเป็นการธุรกิจในต่างประเทศของบริษัทลูกหรือกิจการร่วมค้าของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่คณะกรรมการทั้งสองเป็นผู้ดูแล องค์ประกอบที่มองถึงมิติการกำกับดูแลและการเข้าถึง – เปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างสาธารณะของแหล่งทุนนี้เองจึงเป็นข้อแตกต่างของคดีนี้ที่ต่างจากการฟ้องคดีปกครองในประเด็นปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 คดีอื่น ๆ
อย่างไรก็ตามศาลไม่รับฟ้องในส่วนของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน เนื่องจากทั้ง 2 หน่วยงานไม่ได้มีหน้าที่ตามพรบ.สิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 หรือตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง“กำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน” และปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้ทั้ง 2 หน่วยงานต้องเปิดเผยข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจที่ก่อ หรืออาจมลภาวะทางอากาศ ดังนั้น การปฏิบัติหน้าที่หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของทั้ง 2 หน่วยงาน จึงมิได้เป็นผลโดยตรงต่อความเดือดร้อนเสียหายในคดีฝุ่น PM2.5
ด้วยเหตุของความล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ จึงเป็นเหตุให้มีการรวมตัวของประชาชนในการฟ้องคดีปกครอง
1) คำฟ้องคดีหมายเลขดำที่ ส.3/2566
2) นายกฯ ทำอะไรอยู่?? ศาลปกครองสั่งทำแผนฉุกเฉินป้องกัน PM2.5 ผ่านมา 2 ปีก็ยังไม่เห็น, iLaw, สืบค้นจาก https://www.ilaw.or.th/articles/57570
3) PM2.5 มาแล้ว ‘แผนฉุกเฉิน’ ยังไม่คลอด ย้อนคดีฝุ่นภาคเหนือ คำสั่งศาลหรือกระดาษ ?, ประชาไท, สืบค้นจาก https://prachatai.com/journal/2025/01/111895
4) Thailand Can เครือข่ายอากาศสะอาด, สืบค้นเมื่อ วันที่ 3 กรกฏาคม 2569
5) วิทิตานนท์ ณัฐกร. (4 กุมภาพันธ์ 2564). หมอกควัน (2) PM2.5 ในภาคเหนือบอกอะไรเรา? เข้าถึงได้จาก ประชาไท: https://prachatai.com/journal/2021/02/91524
6) BIOTHAI. (11 เมษายน 2569). มายาคติ : 80% ของฝุ่นพิษเกิดในพื้นที่ป่า(จากชาวบ้านเก็บเห็ด). เข้าถึงได้จาก BIOTHAI: https://biothai.net/food-security-situation/food-cricis/8593
7) กมธ.สว.ประชุมนัดส่งท้าย ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เตรียมเข้าวาระ 2-3 วุฒิสภา 6-7 ก.ค.นี้, Thai PBS The Active, สืบค้นเมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2569, เข้าถึงจาก https://theactive.thaipbs.or.th/news/pollution-20260630?fbclid=IwY2xjawS0Dw5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEeu5jJf8PfidScJwhhiyec0hBRS5r9F0nuN40J5w88-xstIQrLJvNBi2ZXxm8_aem_kE4PyLGDHVTCx5yMkf6RVA
8) แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง
