นักศึกษาผู้ดูแลเคส
นางสาวปาลินี พันสว่าง
นางสาวรัญชิดา อาริกุล
นายนรวิชญ์ เพชรมณี
กิจกรรมที่ 1
สำรวจทางเท้า แลหาทางเดิน… บริเวณในเขตเมืองเก่า (คูเมือง) ถ.ราชดำเนิน จ.เชียงใหม่ (วันที่ 15 กันยายน 2568)
15 กันยายน 2568 นักศึกษากลุ่มศึกษาเคสตู้ไฟฟ้ากีดขวางทางเท้าได้ลงพื้นที่กับลูกความผู้ร้องเรียนปัญหา นายสุริยา แสงแก้วฝั้น เพื่อสำรวจพื้นที่โครงการ “เมืองเชียงใหม่ สวยไร้สาย” บริเวณถนนราชดำเนินซึ่งเป็นพื้นที่พบตู้ไฟฟ้าติดตั้งกีดขวางทางเดินเท้าจำนวนมาก
ตู้ไฟฟ้าอ้วน ทางเท้าแคบ เส้นทางเดินหดหาย!!!
จากการเดินสำรวจพบว่า มีพื้นที่ซึ่งตั้งตู้ไฟฟ้ากีดขวางทางเดินเท้าในระดับที่วีลแชร์ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้ จำเป็นต้องลงมายังพื้นถนนเพื่อหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง โดยปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการก่อสร้างโครงการยังไม่แล้วเสร็จ ปัจจุบันจุดติดตั้งตู้ไฟฟ้าบางแห่งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับเสาไฟฟ้าที่กำลังจะรื้อถอนใน พ.ศ. 2569 นี้ และอีกปัจจัยที่สำคัญคือความกว้างของทางเดินเท้าเดิมมีขนาดแคบเพียงแค่ให้คนหนึ่งคนเดินผ่านได้ คนสองคนเดินสวนกันไม่สามารถทำได้ เมื่อมีตู้ไฟฟ้าที่มีขนาดความกว้างใหญ่กว่าเสาไฟฟ้าประมาณสี่เท่าตัว ยิ่งเป็นการลดความกว้างของทางเดินเท้ามากขึ้นไปอีก
ดังนั้นกลุ่มผู้ใช้ทางเท้าที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และเด็กเล็กซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่จึงถูกจำกัดการเข้าถึงพื้นที่เขตเมืองเก่าเชียงใหม่หรือคูเมือง การเข้าถึงพื้นที่สาธารณะของคนเชียงใหม่จึงยังมีข้อจำกัดในจุดนี้
เดินแล้วเหนื่อย ขอนั่งพัก…ที่ไหนดีนะ
ประเด็นต่อมาคือจุดพักผ่อนระหว่างทางเดินในเขตคูเมือง จากการสำรวจถนนราชดำเนิน ไม่พบเก้าอี้สาธารณะที่จะสามารถเป็นพื้นที่พักเหนื่อยให้กับผู้สัญจรบนทางเท้าได้ ภาระจึงตกแก่ผู้สัญจรทางเท้าต้องหาที่พักระหว่างทางด้วยตนเอง หากไม่มีพาหนะส่วนตัวหรือไม่สามารถเรียกบริการรถโดยสารได้ กรณีนี้อาจจะต้องเข้าร้านคาเฟ่เพื่อหาแหล่งที่นั่งพักผ่อน ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่ใช่ประชาชนทุกคนจะสามารถเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตามการจัดเก้าอี้ตามทางเดินมีเพียงบริเวณรอบเส้นทางเดินคูเมืองฝั่งติดกับลำคลองคูเมืองเท่านั้น ปัญหาจึงเกิดขึ้นบริเวณเส้นทางเดินภายในกรอบคูเมืองซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ
ตู้ไฟฟ้าแสนโวลต์ กับการรับมือความเสี่ยงที่หายไป…
หลังจากสำรวจทางเดินเท้ามาแล้ว การพิจารณาถึงตัวตู้ไฟฟ้าย่อมเป็นประเด็นที่ละเลยไม่ได้ ตู้ไฟฟ้ามีหน้าที่เป็นตู้รับกระแสไฟฟ้าจากสายไฟฟ้าที่เชื่อมต่อจากใต้ดินเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้ครัวเรือนต่าง ๆ และยังเป็นแหล่งบรรจุมิเตอร์วัดระดับการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนอีกด้วย
เมื่อพบว่าข้างตู้ไฟฟ้าระบุถ้อยคำว่า “อันตรายระวังไฟฟ้า” จึงมีข้อสังเกตว่าอันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าในตู้ไฟฟ้าอยู่ในระดับใด หน่วยงานรัฐไม่ได้แจ้งข้อมูลเชิงรายละเอียดถึงวิธีการระวังตัวหรือข้อมูลถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะกระทบกับความปลอดภัยของตัวผู้สัญจรทางเดินเท้า ระบุเพียงว่าสามารถป้องกันฝนและสัมผัสที่พื้นผิวของตู้ไฟฟ้าได้เพียงเท่านั้น
เปรียบเทียบเพื่อปรับปรุง
สุดท้าย ตัวอย่างทางเท้าที่นางสาวรัญชิดา อาริกุล หนึ่งในสมาชิกกกลุ่มได้สำรวจเพื่อเปรียบเทียบการดำเนินตามนโยบายของรัฐระหว่างทางเดินเท้าบริเวณราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร กับทางเดินเท้าถนนราชดำเนิน เชียงใหม่ จะเห็นได้ว่าทางเดินเท้าราชประสงค์มีความกว้างที่ผู้คนสามารถเดินสวนทางกันได้อย่างสะดวกสบาย มีต้นไม้เป็นรั้วสีเขียวและสร้างสีสันทางธรรมชาติให้กับทางเดินเท้า และแม้จะมีป้ายโฆษณาตั้งบนทางเท้าก็ยังมีพื้นที่เหลือให้คนเดินได้อย่างสะดวกและปลอดภัย มีการติดตั้งเส้นทางเดินสำหรับผู้พิการทางสายตาอีกด้วย นับว่าเป็นการออกแบบอย่าง Universal Design ที่คำนึงทุกคนทุกกลุ่ม
สำหรับทางเดินเท้าถนนราชดำเนิน เชียงใหม่ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และจุดติดตั้งซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่การคงไว้ซึ่งปัญหาย่อมไม่เป็นผลดีต่อพื้นที่คูเมืองพื้นที่สาธารณะเมืองเชียงใหม่
นอกจากนี้เชียงใหม่มีความพยายามผลักดันจุดเด่นในด้านการเป็นเมืองเอกทางด้านวัฒนธรรม รวมถึงขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีการยื่นเอกสารเพื่อขอเป็นเมืองมรดกโลกกับยูเนสโก (UNESCO) ดังนั้นการแก้ไขข้อจำกัดเรื่องสิทธิการเดินทางโดยเฉพาะเรื่องทางเดินเท้า ย่อมจะเป็นคุณประโยชน์ต่อเมืองเชียงใหม่ต่อไปในอนาคต
ภาพ: Facebook Page สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
เชียงใหม่ส่งเอกสารรอบแรกเข้ารับการพิจารณาเป็นแหล่งมรดกโลก
สืบค้นเมื่อ วันที่ 2 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต้องอยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มเพื่อการปรับปรุงทางเท้าให้เป็น Universal Design ซึ่งจะช่วยยกระดับเมืองเชียงใหม่ไปสู่เมืองมรดกโลก เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้คนในพื้นที่สาธารณะจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว ให้เข้ามาเยี่ยมชมเมืองเชียงใหม่ได้อย่างสะดวก เหมาะสม เท่าเทียม และหลากหลาย
กิจกรรมที่ 2
นิทรรศการรูปถ่ายทางเดินเท้า การนำเสนอความรู้ทางด้านกฎหมายและลักษณะทางเดินเท้าที่ดี บริเวณลานท่าแพ และคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
(วันที่ 28 กันยายน 2568)
จากปัญหาสู่การรณรงค์เรื่องทางเท้าที่ดี
จากการสำรวจปัญหาที่ผ่านมาของกลุ่มนักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม สำรวจทางเท้า แลหาทางเดิน… บริเวณในเขตเมืองเก่า (คูเมือง) ถ.ราชดำเนิน จ.เชียงใหม่ ได้พบเห็นปัญหาต่าง ๆ ทั้งทางเท้าที่ถูกเบียดบังหายไป ตู้ไฟฟ้าที่เข้ามาติดตั้งบนทางเท้าซึ่งไม่มีข้อมูลเรื่องความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และเรื่องที่พักระหว่างการสัญจรบนทางเดินเท้า
สิ่งเหล่านี้ยังคงไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไข จึงนำมาสู่ความสนใจของกลุ่มนักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม ในภาคการศึกษาที่ 1/2568 ที่ได้ริเริ่มความคิดจัดกิจกรรมเพื่อสื่อสารและสร้างการรับรู้ต่อปัญหาทางเดินเท้า โดยมุ่งเน้นการศึกษาไปที่เรื่องของสภาพทางเดินเท้าที่ดีและสิทธิในการเดินทางบนทางเท้าที่เป็นไปตามกฎระเบียบและข้อกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานทางเดินเท้า
ก่อนจะเริ่มทำการรณรงค์ดังกล่าว นักศึกษาได้สำรวจทั้งปัญหาทางเท้าที่เกิดขึ้นบริเวณถนนราชดำเนิน เขตคูเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และได้สำรวจกฎระเบียบและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเดินเท้า และได้ออกแบบเป็นนิทรรศการภาพถ่ายและโปสเตอร์สื่อสารข้อมูล โดยประกอบไปด้วยข้อมูลส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1 ภาพถ่ายสภาพปัญหา
จากการสำรวจ พบว่าปัญหาการใช้งานทางเดินเท้าเขตคูเมืองเชียงใหม่ประกอบด้วย
- พื้นที่ทางเท้าเดิมมีขนาดแคบอยู่แล้ว
2. การติดตั้งตู้มิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนได้เบียดบังพื้นที่ทางเดินเท้าเพิ่มขึ้นด้วยขนาดตู้ที่ใหญ่กว่าเสาไฟ
3. ระหว่างทางเดินเท้าในพื้นที่แหล่งวัฒนธรรมและพื้นที่เศรษฐกิจในคูเมือง หาที่นั่งพักสาธารณะได้ยาก
4. ความแตกต่างของการดำเนินการโครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดินเปรียบเทียบระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพมหานคร
ทางเท้าที่กว้างที่สุดบริเวณ ถนนราชดำเนิน อ.เมืองเชียงใหม่ ต.ศรีภมูิ จ.เชียงใหม่
ถนนราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร
ภาพถ่ายที่ใช้จัดแสดงนิทรรศการ
2 โปสเตอร์ ข้อมูลมาตรฐานทางเดินเท้าที่ดี
แหล่งที่มา: คู่มือมาตรฐานถนน ทางเดิน และทางเท้า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย, TheCityFix : The 8 Principles of the Sidewalk: Building More Active Cities
3 โปสเตอร์ ข้อมูลกฎระเบียบและข้อกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานทางเดินเท้า
แหล่งที่มา: มาตรฐานผังเมืองรวม พ.ศ.2549 สำนักงานพัฒนามาตรฐาน กรมโยธาธิการและผังเมือง,
สำนักสวัสดิการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก #ขอทางคืนให้เท้าเดิน – ขับขี่ปลอดภัยนึกถึงใจคนเดินเท้า
4 มินิเกมจราจร
เกมจัดวางป้ายสัญลักษณ์ทางจราจรเพื่อทบทวนความหมายของป้ายจราจรต่าง ๆ
ล่ารายชื่อสรรสร้างความเปลี่ยนแปลง
นอกจากกิจกรรมออกแบบสื่อเพื่อสื่อสารสาธารณะแล้ว กลุ่มนักศึกษายังได้ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้สนใจที่ให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาตู้ไฟฟ้ากีดขวางทางเท้า โดยกลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดเพียงแค่ประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากให้มีการปรับปรุงทางเท้าเมืองเชียงใหม่อีกด้วย
ภาพรวมการจัดกิจกรรม
กลุ่มนักศึกษามุ่งเน้นสื่อสารถึงลักษณะทางเท้าที่ดีตามคู่มือมาตรฐานถนน ทางเดิน และทางเท้า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวปฏิบัติของหน่วยภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล กรมการขนส่งทางบก กรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งหน่วยงานรัฐเหล่านี้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดทำบริการสาธารณะและดำเนินตามระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่กฎหมายเฉพาะนั้น ๆ ได้ให้อำนาจแก่หน่วยงานรัฐตราขึ้นมา
ปัญหาทางกฎหมายที่แก้ได้ยากยิ่ง
ปัจจุบันประเทศไทยมีกฎหมายในระดับพระราชบัญญัติกำหนดควบคุมพฤติกรรมของผู้ใช้ทางสาธารณะเพื่อการสัญจรเพียงด้านเดียวและการบังคับไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522
มาตรา 43 (7) “ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารก คนป่วยหรือคนพิการ”
มาตรา 114 “ห้ามมิให้ผู้ใดวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจร แต่หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีเหตุอันจำเป็นและเป็นการชั่วคราวเท่านั้น”
“ผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง นอกจากจะมีความผิดตามมาตรา 148 แล้ว หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางดังกล่าวได้ ถ้าไม่ยอมรื้อถอนหรือเคลื่อนย้าย ให้หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายได้”
บทกำหนดโทษตามกฎหมายนี้
มาตรา 157 “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 35 มาตรา 43 (3) (4) (6) (7) หรือ (9) มาตรา 45 มาตรา …. ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่ร้อยบาทถึงหนึ่งพันบาท”
มาตรา 148 “ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 6 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา 8 วรรคหนึ่ง มาตรา 9 …… มาตรา 114 วรรคหนึ่ง …… ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท”
ข้อสังเกตเรื่องการกำหนดควบคุมพฤติกรรม
มาตรา43 (7) และ มาตรา 114 ในส่วนการห้ามไม่ให้มีผู้ขับขี่รถบนทางเท้า และ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการติดตั้งสิ่งใด ๆ ในลักษณะกีดขวางทางจราจรตามลำดับ กฎหมายส่วนนี้จะเป็นการควบคุมความประพฤติของผู้ที่ใช้ทางจราจรในการ “ห้าม” กระทำการใด ๆ บนทางจราจรซึ่งรวมถึงทางเท้า เมื่อพิจารณาบทลงโทษแล้วจะเป็นโทษปรับสูงสุดไม่เกินหนึ่งพันบาท แม้จะเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง แต่การบังคับใช้จริงก็ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐมาเปรียบเทียบปรับกับผู้ที่ฝ่าฝืน
ดังนั้นแล้วเมื่อกฎหมายมีเพียงการควบคุม “ห้ามกระทำ” เพียงอย่างเดียวและมีบทบังคับโทษที่ไม่ได้บังคับใช้จริง แรงจูงใจในการปฏิบัติตามกฎหมายจึงเป็นไปได้น้อย
ข้อสังเกตเรื่องเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
มาตรา 114 “หัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจในการอนุญาตเป็นหนังสือแก่ผู้ที่ยื่นคำขอเพื่อกระทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการติดตั้งสิ่งใด ๆ ก็ตามในลักษณะกีดขวางการจราจรได้ เมื่อเห็นว่ามีเหตุอันจำเป็นและอนุญาตเป็นการชั่วคราวเท่านั้น และมีอำนาจในการสั่งการรื้อถอน หรือ ทำการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางจราจรนั้น ๆ เองก็ได้”
หมายความว่าหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจดุลพินิจในการไตร่ตรองออกคำสั่งบนฐานความจำเป็นและเป็นระยะเวลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น และมีอำนาจผูกพันหรือผลในทางกฎหมายที่บังคับให้ต้องปฏิบัติตามในการสั่งให้รื้อถอน หรือดำเนินการรื้อถอนเสียเองได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขพบเห็นสิ่งติดตั้งใด ๆ ที่กีดขวางทางจราจร
เราจะเห็นได้ว่ากฎหมายส่วนนี้มีเจตนารมณ์เพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางมาอยู่บนทางสาธารณะมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ดำเนินการเพื่อเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายนี้
แต่เมื่อพิจารณาตามสภาพความเป็นจริงของปัญหา เรามักจะพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐมาสั่งให้รื้อถอนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ก็ต่อเมื่อสังคมส่วนใหญ่มองสิ่งนั้นเป็นปัญหา และต้องแจ้งข้อร้องเรียนซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างล่าช้าและไม่ทันต่อการป้องกันต่อปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา
หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือโครงการของรัฐเองที่ดำเนินการแล้วเข้ามามีอิทธิพลต่อปัญหาเหล่านี้ในแง่ที่ว่ามุ่งเน้นสร้างหนึ่งสิ่งแต่ก็ไปกระทบอีกหนึ่งสิ่ง เช่นเดียวกับปัญหาตู้ไฟฟ้ากีดขวางทางเท้า แม้โครงการจะมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้พื้นที่ดูสะอาดตาไร้ซึ่งสายไฟฟ้าและเสาไฟฟ้า แต่ก็เกิดการเบียดบังพื้นที่ทางเดินเท้าเป็นการทดแทน
ข้อสังเกตเรื่องมาตรฐานทางเท้า
จากคู่มือมาตรฐานถนน ทางเดิน และทางเท้า กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แม้จะกำหนดลักษณะของทางเดินเท้าที่ดี แต่มาตรฐานดังกล่าวเป็นเพียงแนวปฏิบัติซึ่งไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย
การออกแบบทางเดินเท้าจากระดับนโยบายจึงไม่นำมาตรฐานนี้มาใช้ การตัดสินใจขึ้นอยู่กับบริบทพื้นที่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตามหากท้องถิ่นเองมีบริบททางพื้นที่ที่แตกต่างกัน ก็ยิ่งต้องมีความจำเป็นในการกำหนดมาตรฐานการออกแบบทางเดินเท้าหรือทางจราจรด้านอื่น ๆ ให้ชัดเจนและประชาชนเข้าถึงได้เพื่อการร่วมออกแบบบนพื้นฐานของบริบทเฉพาะท้องถิ่นนั้น ๆ
ข้อสรุป
แม้จะมีกฎหมาย กฎ ระเบียบ มาตรฐานในการกำหนดควบคุม ระบุตัวแบบหรือแนวทางปฏิบัติ และให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายมากน้อยเพียงใด แต่หากว่ากฎหมาย กฎ ระเบียบ มาตรฐานนั้น ๆ ไร้ซึ่งตัวเลือกอื่นหรือแนวทางที่หลากหลาย กฎหมาย กฎ ระเบียบ มาตรฐานเหล่านั้นย่อมไม่สามารถเป็นเครื่องมือพัฒนาสังคมที่มีพลวัตตามยุคสมัยได้
แหล่งอ้างอิง
ภาพถ่าย:
นางสาวรัญชิดา อาริกุล
นักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม ปีการศึกษาที่ 1/2568
เรียบเรียงโดย
