ลงพื้นที่ชุมชนกะเบอะดิน ต.อมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
(วันที่ 9 – 10 สิงหาคม พ.ศ. 2568)
ชุมชนกะเบอะดินเป็นชุมชนชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ มีวิถีชีวิตที่ต้องพึ่งพาการทำเกษตรเพื่อยังชีพและเป็นเศรษฐกิจของชุมชน มีวัฒนธรรมประเพณีในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
แต่จากการเข้ามาของโครงการเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย ตั้งแต่ พ.ศ. 2543 ที่มีการขอประทานบัตรและสำรวจพื้นที่ศักยภาพแร่ถ่านหิน และมีการติดประกาศการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ ณ ที่ว่าการอำเภออมก๋อย พ.ศ. 2562 จนเกิดกระแสคัดค้านของชุมชนกะเบอะดินและชุมชนโดยรอบ นำไปสู่การจัดทำข้อมูลชุมชน หรือที่เรียกว่า Community Health Impact Assessment – CHIA เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการฟ้องร้องคดีศาลปกครองวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2565 มีตัวแทนชุมชนกว่า 50 คนเป็นผู้ฟ้องคดี รวมไปถึงผู้สนับสนุนฟ้องคดีอีก 615 คน
ข้อมูลและภาพจาก: Facebook Page กะเบอะดิน ดินแดนมหัศจรรย์, ชาวบ้านกะเบอะดิน ฟ้องศาลปกครอง ขอเพิกถอน EIA, 4 เมษายน 2565
การต่อสู้ทางคดีดังกล่าวได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนเข้าปีที่ 6 ของการฟ้องร้องคดี ในปีที่ผ่านมา ชุมชนกะเบอะดินได้แสดงพลังและจุดยืนการคัดค้านต่อโครงการเหมืองแร่ถ่านหินมาเสมอ แม้ในทางคดีแล้วศาลปกครองชั้นต้นจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวทำให้รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการไม่สามารถใช้ยื่นเพื่อขออนุญาตดำเนินโครงการต่อไปได้จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ต้นเดือนสิงหาคม 2568 คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมได้จัดกิจกรรมรายวิชาลงพื้นที่ชุมชนกะเบอะดินเช่นเดียวกับปี 2567 ที่ผ่านมา แต่สิ่งที่สดใหม่คือนักศึกษา ชุมชน และเครื่องมือศึกษาวิถีชุมชน 7 ชิ้น การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือฝึกฝนทักษะการเก็บข้อมูลชุมชน และเป็นครั้งแรกของนักศึกษาในการนำเครื่องมือ 7 ชิ้นเข้าไปลงมือปฏิบัติ
เครื่องมือ 7 ชิ้นประกอบการเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน
ภาพจาก Facebook Page การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ,
เครื่องมือ 7 ชิ้น เข้าใจและเรียนรู้วิถีชุมชน, 13 กันยายน 2566 เครื่องมือ 7 ชิ้น
จากการลงพื้นที่ศึกษาและสัมภาษณ์ชุมชน นักศึกษาได้เข้าใจและเห็นมุมมองต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
- มุมมองและฐานความเข้าใจต่อชุมชนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาสิ่งแวดล้อม มีความเข้าใจที่กว้างขวางขึ้น ไม่ใช่เพียงความเข้าใจเฉพาะด้านการปรับใช้กฎหมาย แต่เข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ มุมมองและความรู้สึกของผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชน
- เข้าใจวัฒนธรรมการเรียกขานชื่อบุคคลในเครือญาติที่มีเรียกเฉพาะลำดับศักดิ์ ซึ่งมีความแตกต่างกับวัฒนธรรมคนเมือง
- เข้าใจความหลากหลายของมิติวัฒนธรรมสุขภาพของชุมชนกะเบอะดิน และสัมผัสได้ถึงโลกสุขภาพแบบใหม่
- มุมมองการทำความเข้าใจชุมชนกว้างขวางขึ้น ต้องระมัดระวังอคติที่เกิดจากบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
- เห็นกิจกรรมการดำรงชีวิต การเกษตร การดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความเชื่อและประเพณีของชุมชนท้องถิ่น
- เห็นพลังของผู้คนในชุมชนกะเบอะดินที่มีมุมมองต่อปัญหาว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาร่วมกัน ไม่ได้มองว่าเป็นปัญหาเฉพาะกลุ่มบุคคล ทำให้เกิดความเคารพและนับถือในพลังชุมชนที่เกิดขึ้น
- มีความรู้สึกเชื่อมต่อกับชุมชนมากขึ้น ผ่านความรู้สึก ความกล้า ที่อยากจะสื่อสารและทำความเข้าใจเรื่องราวของชุมชนแม้จะมีกำแพงภาษา แต่นักศึกษารู้สึกถึงความพยายามที่จะสื่อสารพูดคุยกันระหว่างผู้คนในชุมชนและกลุ่มนักศึกษา ทำให้เกิดความประทับใจและกล้าที่จะสื่อสารมากขึ้น
สิ่งที่นักศึกษาได้สัมผัสและเรียนรู้
นอกจากนี้ การศึกษาเครื่องมือศึกษาวิถีชุมชน 7 ชิ้นได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ได้อนุเคราะห์บอร์ดเกม “เครื่องมือ 7 ชิ้น” เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมสามารถทำความเข้าใจกระบวนศึกษาวิถีชุมชน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ การใช้คำถามสัมภาษณ์คนในชุมชนระหว่างการลงพื้นที่ และการรวบรวม เรียบเรียง และสรุปข้อมูลหลังจากการลงพื้นที่ชุมชน
คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมได้มีโอกาสเก็บรวบรวมผลงาน “บันทึกภาคสนาม” ของนักศึกษาเพื่อใช้เผยแพร่ข้อมูลชุมชนผ่านเว็บไซต์ Culturio ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอีกด้วย
ท้ายที่สุด คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อมขอขอบคุณ นางสาวพรชิตา ฟ้าประทารไพร ตัวแทนคนรุ่นใหม่จากชุมชนกะเบอะดินและพี่เลี้ยงจากชุมชนทุกท่านในการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกด้านที่พัก อาหาร และการเดินทาง รวมถึงกิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน และขอเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงคัดค้านการเข้ามาของโครงการเหมืองแร่ต่าง ๆ ที่จะพรากทั้งสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ สิทธิชุมชน สิทธิการดูแลและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและภูมิปัญญาประเพณีวัฒนธรรม รวมถึงสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองอีกด้วย
ประมวลภาพกิจกรรม
แหล่งอ้างอิง
ภาพถ่าย:
นักศึกษาคลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม ปีการศึกษาที่ 1/2568
เจ้าหน้าที่คลินิกกฎหมายสิ่งแวดล้อม
เรียบเรียงโดย
